| Single Stock Futures |
| Single Stock Futures ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ
ได้แก่ สัญญาฟิวเจอร์ส และหุ้นสามัญหนึ่งหุ้น
เมื่อทั้ง 2 ส่วนมารวมกันจึงกลายเป็น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีหุ้นสามัญหนึ่งหุ้นเป็นสินค้าอ้างอิง |
| |
| ลักษณะและข้อกำหนดของ Single Stock Futures |
| สินค้าอ้างอิง |
หุ้นสามัญ ซึ่งประกาศโดยตลาดอนุพันธ์ |
| ขนาดสัญญา |
1,000 หุ้น
|
| เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ |
เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมโดยนับไม่เกิน
4ไตรมาส |
| ช่วงราคาที่ซื้อขายขั้นต่ำ |
ไม่เกิน บวกลบ 30% ของราคาที่ใช้ชำระราคาในวันทำการก่อนหน้า |
| ช่วงการเปลี่ยนแปลงของราคาสูงสุดแต่ละวัน |
Pre-open : 9.15-9.45
Morning session
: 9.45-12.30
Pre-open : 14.00-14.30
Afternoon session : 14.30-16.55 |
| เวลาซื้อขาย |
วันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ
โดยให้ช่วงเวลาซื้อขายในวันสุดท้ายของการซื้อขายสิ้นสุดในเวลา
16.30 น. |
| วันซื้อขายวันสุดท้าย |
วันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ
โดยให้ช่วงเวลาซื้อขายในวันสุดท้ายของการซื้อขายสิ้นสุดในเวลา
16.30 น. |
| ราคาที่ใช้ชำระราคาในวันซื้อขายวันสุดท้าย |
ค่าเฉลี่ยของราคาของสินค้าอ้างอิงที่ซื้อขายในช่วง
15 นาทีสุดท้าย ( 16.15-16.30 น.)
และราคาปิดโดยใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่ง |
| วิธีชำระราคา |
กำไร / ขาดทุน ชำระราคาเป็นเงินสด |
|
สินค้าอ้างอิง
ปัจจุบัน บมจ. ตลาดอนุพันธ์ได้ประกาศให้
Single Stock Futures นั้นมีหุ้นสามัญอ้างอิงของบริษัทต่าง
ๆ ดังต่อ ไปนี้
| ชื่อย่อหลักทรัพย์ |
ชื่อเต็มบริษัท |
วันซื้อขายวันแรก |
| ADVANC |
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส
จำกัด (มหาชน) |
24 พ.ย. 2551 |
| BANPU |
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| BAY |
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| BBL |
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| ITD |
บริษัท อิตาเลียน ไทย ดีเวล๊อปเมนต์
จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| KBANK |
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| KTB |
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| LH |
บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด
(มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| PTT |
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) |
24 พ.ย. 2551 |
| PTTEP |
ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด
(มหาชน) |
24 พ.ย. 2551 |
| QH |
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| SCB |
ธนาคารไทยพาณิชย์ กัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| SCC |
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
| TTA |
บริษัท โทรีเซน ไทย เอเยนต์ซีส์
(มหาชน) |
22 มิ.ย. 2552 |
|
ขนาดสัญญา
เมื่อสัญญา Single Stock Futures เริ่มซื้อขายในวันแรก
สัญญา Single Stock Futures นั้น ๆ จะมีขนาดสัญญาเท่ากับ
1,000 หุ้น อย่างไรก็ตามหลังจากที่มี
Corporate Action เกิดขึ้น ขนาดของสัญญาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้
นักลงทุนจึงต้องพึงระวังไว้ว่าขนาดสัญญาสามารถเปลี่ยนแปลงได้หลังจากมี
Corporate Action
|
เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ
ตลาดอนุพันธ์กำหนดให้เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุมี
4 เดือนได้แก่ มีนาคม มิถุนายน กันยายน
และธันวาคม โดยนับไปไม่เกิน 4 ไตรมาส
ทำให้ ตามปกติ สัญญา Single Stock Futures
ที่มีการซื้อขายนั้นจะมีทั้งหมด 4 สัญญา
เช่น ถ้าวันนี้เป็นวันที่ 24 พ.ย. 2551
สัญญา Single Stock Futures ที่มีการซื้อขายนั้นจะมีทั้งหมด
4 สัญญา และมีเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุดังนี้
ธันวาคม 2551
มีนาคม 2552
มิถุนายน 2552
กันยายน 2552
ช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำ
ช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำเท่ากับ 0.1 บาท
หมายความว่าราคาของสัญญา Single Stock
Futures ที่มีการซื้อขายกันนั้นจะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายโดยระบุราคาได้ห่างกันไม่ต่ำกว่า
0.1 บาท
ช่วงการเปลี่ยนแปลงของราคาสูงสุดแต่ละวัน
ตลาดอนุพันธ์กำหนดให้ราคาสูงสุดในวันทำการซื้อขาย
(Ceiling Price) ไม่เกิน +30% และราคาต่ำสุด
(Floor Price) ไม่ต่ำกว่า 30% จากราคาเพื่อการชำระราคา
(Daily Settlement Price) ของวันทำการก่อนหน้า
ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาเพื่อการชำระราคา
(Daily Settlement Price) ของวันทำการก่อนหน้าเท่ากับ
50 บาท ราคาสูงสุดที่สามารถซื้อขายได้จะไม่เกิน
65 บาท และราคาต่ำสุดที่สามารถซื้อขายได้จะไม่ต่ำกว่า
35 บาท
เวลาซื้อขาย
มี 4 ช่วงเวลาดังนี้
|
| ลำดับที่ |
ชื่อช่วงเวลา |
ช่วงเวลา |
| 1 |
Pre-open |
9:15 9:45 |
| 2 |
Morning session |
9:45 12:30 |
| 3 |
Pre-open |
14:00 14:30 |
| 4 |
Afternoon session |
14:30 16:55 |
|
วันซื้อขายวันสุดท้าย
วันซื้อขายวันสุดท้ายของทุกสัญญานั้นเป็นวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ
โดยตัวอย่างของวันซื้อขายวันสุดท้ายมีดังนี้
|
| |
ราคาที่ใช้ชำระราคาในวันซื้อขายสุดท้าย
ตลาดอนุพันธ์กำหนดให้ใช้ค่าเฉลี่ยถึงทศนิยมที่
2 ตำแหน่งของราคาสินค้าอ้างอิง ในวันสุดท้ายของการซื้อขายในช่วง
15 นาทีสุดท้าย และราคาปิดของสินค้าอ้างอิงในวันนั้น
(ไม่มีการถ่วงน้ำหนักด้วยปริมาณการซื้อขาย)
วิธีส่งมอบ / ชำระราคา
ในการซื้อขาย Single Stock Futures เป็นการส่งมอบเฉพาะกำไร/ขาดทุน
จึงมีการชำระราคาเป็นเงินสดเท่านั้น (Cash
Settlement)
Corporate Action
Corporate Action หมายถึง เหตุการณ์ที่กระทำโดยบริษัทจดทะเบียนฯ
ที่มีผลกระทบต่อหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียนฯนั้น
เช่น Stock Split, Reverse Stock Split,
Cash Dividend, Stock Dividend (Bonus
Issue), Merger, Name Change, Spin-off,
และ Warrant Issue เป็นต้น
บางครั้งผลของการ Corporate Action ทำให้ มีการเปลี่ยนแปลงของราคาพาร์ด้วย โดยมีตัวอย่างดังนี้
|
| ไม่มีผลกระทบต่อราคาพาร์ |
มีผลกระทบต่อราคาพาร์ |
| Name Change |
Stock Split |
| Cash Dividend |
Reverse Stock Split |
| Extraordinary Cash Dividend |
Stock Dividend |
| |
Right Issue |
|
หลักการปรับเงื่อนไขสัญญา
เนื่องจากสัญญา Single Stock Futures นั้นมีหุ้นเป็นสินค้าอ้างอิง ทำให้เมื่อบริษัทจดทะเบียนฯ
ที่มีหุ้นเป็นสินค้าอ้างอิงนั้นมี Corporate Action เกิดขึ้น ตลาดอนุพันธ์และสำนักหักบัญชีจะต้องมีการปรับเงื่อนไขของสัญญาที่ได้รับผลกระทบเพื่อลดผลกระทบหรือให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดแก่นักลงทุน
อย่างไรก็ตาม Corporate Action ก็มีอยู่หลายประเภท แต่มีบางประเภทที่ไม่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของสัญญา
เช่น การจ่ายเงินปันผลปกติ (Ordinary Cash Dividend) เป็นต้น
ตลาดอนุพันธ์สามารถเลือกดำเนินการปรับเงื่อนไขสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างพร้อมกัน
ดังนี้
รหัสของสัญญา
ราคาของสัญญาฟิวเจอร์ส (ต้นทุนใหม่ ณ วัน Ex-Date)
ขนาดของสัญญา (Contract Size)
จำนวนของสัญญาที่เปิดอยู่ หรือ ฐานะคงค้าง (Open Position)
การชำระเป็นเงินสด (รับ/จ่าย)
|
วิธีการปรับเงื่อนไขสัญญา
การปรับเงื่อนไขสัญญาจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่มได้แก่
1. มีวิธีการปรับเงื่อนไขแบบมาตรฐาน
ปัจจุบัน ตลาดอนุพันธ์กำหนดสูตรมาตรฐานเป็นแนวทางการปรับเงื่อนไขสำหรับกรณีหลัก
ๆ ดังนี้
- กรณีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น
(Stock Split หรือ Reversed Stock Split)
- กรณีจ่ายปันผลเป็นหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน
(Bonus Issue หรือ Stock Dividend)
- กรณีจ่ายเงินปันผลพิเศษ (Extraordinary
Cash Dividend)
- กรณีเพิ่มทุนโดยให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหุ้นใหม่
(Right Offering หรือ Right Issue)
2. ไม่มีวิธีการปรับเงื่อนไขแบบมาตรฐาน
เมื่อเกิด Corporate Action กรณีอื่น ๆ
ที่ไม่มีวิธีการปรับเงื่อนไขแบบมาตรฐาน
ตลาดอนุพันธ์จะเป็นพิจารณาว่า:
- Corporate Action ใดบ้างที่เข้าข่ายจะต้องปรับหรือไม่ต้องปรับเงื่อนไขสัญญา
- วิธีที่จะใช้ในการปรับเงื่อนไขสัญญา
(ถ้ามีการปรับเงื่อนไขสัญญา)
นอกจากนั้น ตลาดอนุพันธ์โดยความเห็นชอบของผู้จัดการอาจพิจารณาปรับเงื่อนไขสัญญาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแตกต่างไปจากวิธีที่เสนอได้ตามที่เห็นว่าเหมาะสม
ในกรณีที่เห็นว่ากรณีที่พิจารณานั้นมีรายละเอียดและมีพื้นฐานที่แตกต่างจากลักษณะทั่วไป
การปรับเงื่อนไขสัญญาแบบมาตรฐาน
การปรับเงื่อนไขสัญญาแบบมาตรฐานทั้งสี่กรณีที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้นจะมีการปรับเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1. รหัสของสัญญา
เงื่อนไขในสัญญาบางอย่างเช่น ชื่อสินค้าอ้างอิง
ขนาดสัญญา ราคาของสัญญา หรือจำนวนสัญญา
เป็นต้น ตลาดอนุพันธ์จะเพิ่มตัวอักษร 1
ตัวหลังชื่อสัญญาของ Single Stock Futures
เพื่อบ่งบอกว่ามีการปรับเงื่อนไขสัญญาเกิดขึ้นดังนี้
- X แทนการปรับเงื่อนไขสัญญาครั้งที่
1
- Y แทนการปรับเงื่อนไขสัญญาครั้งที่
2
- Z แทนการปรับเงื่อนไขสัญญาครั้งที่
3
2. ราคาของสัญญาฟิวเจอร์ส (ต้นทุนใหม่
ณ วัน Ex-Date)
- ราคาของสัญญาฟิวเจอร์สใหม่ = ราคาของสัญญาฟิวเจอร์สเก่า
x F
3. การปรับขนาดของสัญญา (Contract Size)
- ขนาดของสัญญาใหม่ = ขนาดของสัญญาเก่า
/ F
โดย F คือ Adjustment Factor ซึ่งมีวิธีคำนวณขึ้นกับกรณีของ
Corporate Action อันได้แก่
1. การเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น
(Stock Split หรือ Reversed Stock Split)
บริษัท ABC เปลี่ยนมูลค่าหุ้นที่ตราไว้
(ราคาพาร์) ทำให้จำนวนหุ้นเดิม X หุ้นเปลี่ยนแปลงเป็น
Y หุ้น
- ถ้า Y > X เรียกว่า Stock Split
- ถ้า Y < X เรียกว่า Reverse Stock
Split
| Adjustment
Factor(F)= |
X |
| Y |
2. จ่ายปันผลเป็นหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน
(Bonus Issue หรือ Stock Dividend)
บริษัท ABC ให้หุ้นปันผลแก่ผู้ถือให้เดิมในอัตรา
B หุ้นเดิม ต่อ A หุ้นใหม่
| Adjustment
Factor(F)= |
B |
| A+B |
3. กรณีจ่ายเงินปันผลพิเศษ (Extraordinary
Cash Dividend)
บริษัท ABC จ่ายเงินปันผลพิเศษจำนวน D
บาทต่อหุ้น (S = ราคาปิดของหุ้นอ้างอิง
ณ 1 วันก่อน Ex-Date)
| Adjustment
Factor(F)= |
S-D |
| S |
4. กรณีเพิ่มทุนโดยให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหุ้นใหม่
(Right Offering หรือ Right Issue)
บริษัท ABC ให้สิทธิผู้ถือหุ้นสามัญในอัตรา
B หุ้นเดิม ต่อ A หุ้นใหม่ ที่ราคาหุ้นละ
C บาท (S = ราคาปิดของหุ้นอ้างอิง ณ 1 วันก่อน Ex-Date)
| Adjustment
Factor(F)= |
B+(Ax(C/S)) |
| A+B |
|